รีวิวสนาม Red Mountain Golf Club “เพชรเม็ดงามของเกาะภูเก็ต”

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปพักผ่อนที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดที่ผมไปอยู่เป็นประจำ แต่น้อยครั้งนักที่ผมจะนำถุงกอล์ฟติดไปด้วย แต่รอบนี้ด้วยความที่เพื่อนผมที่อยู่ภูเก็ตชวนผมออกรอบที่สนาม Red Mountain Golf Club ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ไปตีที่สนามแห่งนี้นานแล้ว จึงไม่ปฎิเสธที่จะไปเล่นครับ วันนี้ก็เลยถือโอกาสมารีวิวสนาม Red Mountain Golf Club แห่งนี้ เผื่อนักกอล์ฟท่านไหนที่มีแพลนจะเดินทางไปเที่ยวที่ภูเก็ตจะได้เก็บไว้เป็นข้อมูลครับ

สนาม Red Mountain Golf Club เป็นสนามที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี  2007 โดยเป็นผลงานการออกแบบของ Mr. Jon Morrow และผู้ร่วมออกแบบ Mr. Al Tikkanen บนเนื้อที่กว่า 1,400 ไร่ ความน่าสนใจของสนามนี้ก็คือ สนามแห่งนี้ในอดีตเคยเป็นเหมืองแร่ดีบุกมาก่อน ซึ่งผู้ออกแบบได้ออกแบบโดยให้แต่ละหลุมตั้งอยู่บน Lanscape เดิม ทำให้เราจะเห็นภูมิทัศน์ที่แปลกตาพอสมควร และผมเองก็ยังไม่เคยเห็นสนามไหนที่เป็นลักษะนี้มาก่อน โดยชื่อของสนามแห่งนี้ก็มาจากบรรดาเนินเขาสีส้มๆแดงๆที่เราจะเห็นได้ในเกือบทุกหลุมครับ

สนาม Red mountain Golf Club แห่งนี้มีรางวัลการันตีหลายรางวัล ไม่ว่าจะเป็นรางวัล  Best New Course In Asia 2007 ในงาน Asian Golf Monthly Awards 2007, รางวัล “Platinum Golf Course of the year” ปี 2011 และยังเคยติดอันดับสนามยอดเยี่ยมอันดับที่ 3 ของเอเชียมาแล้วด้วยครับ

พันธ์หญ้าที่ผู้ออกแบบเลือกใช้ที่สนามแห่งนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 พันธ์ก็คือ แฟร์เวย์จะเป็นหญ้า พาสพาลั่ม (Seashore Paspalum) และกรีนจะเป็น เบอมิวด้า (Bermuda Novotek) ซึ่งธรรมชาติของพาสพาลั่มจะค่อนข้างหนาและเหนียว ส่วนเบอมิวด้าก็เป็นหญ้าที่เราจะประมาณเรื่องของการอ่านไลน์หญ้าบนกรีนไม่ได้เลยครับในส่วนของระยะสนาม Red Mountain Golf Club แห่งนี้ ถ้าดูจากสกอร์การ์ดอาจจะดูไม่ยาวครับ ด้วยระยะเพียง 6,781 หลาจาก Black Tee, 6,341 หลาจาก Blue Tee, 5,925 หลา จาก White Tee และ 5,203 หลาจาก Red Tee ครับ ทำให้นักกอล์หที่ตีไม่ไกลสามารถเล่นที่สนามแห่งนี้ได้สนุกครับ (แต่ต้องแม่นนะครับ) 

ความท้าทายของสนามแห่งนี้ก็คือ ถ้าเราอยากจะทำคะแนนให้ดี เราอาจจะต้อง “เสี่ยง” ในบางหลุม เพราะสนามนี้เป็นสนามที่เราเรียกว่า “Risk & Reward” กล่าวคือ ถ้าตีบุกไปก็มีโอกาสได้เบอร์ดี้ที่ไม่ยาก แต่ถ้าพลาดก็มีโอกาสที่จะเสียสกอร์เอาได้ง่ายๆ  ถ้าใครมาเล่นที่สนามแห่งนี้จะได้ครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นหลุมพาร์ 4 แคบๆ ตรงๆ ยาวๆ ที่บังคับให้ต้องตี Driver เพราะถ้าออกด้วยหัวไม้สามอาจจะอยู่ในแฟร์เวย์แต่ต้องขึ้นด้วยหัวไม้อีกครั้งหนึ่ง หรือหลุมพาร์ 5 สั้นที่สามารถตี 2 ออนได้ไม่ยากถ้าทีชอตดี ดังนั้นผมคิดว่านักกอล์ฟที่ตี Driver ได้แม่นยำ ค่อนข้างจะได้เปรียบที่สนามแห่งนี้ครับ

สำหรับหลุมสวยที่เรียกได้ว่านักกอล์ฟทุกคนต้องมาถ่ายรูปก็คือที่หลุม 17 พาร์ 3 ระยะจากแท่นหลังสุดอยู่ที่ 169 หลา ความพิเศษของหลุมนี้ก็คือการตีลงเนินไปในหุบเขาที่ชันมากๆ โดยระยะ 169 หลา เราอาจจะตีแค่ 140 เพียงเท่านั้น ดังนั้นใครที่มาเล่นที่หลุมนี้อย่าเพลิดเพลินไปกับความสวยงามจนลืมคำนวนระยะเหล็กให้ดีนะครับ เพราะคุณอาจจะตีเลยกรีนโดยไม่รู้ตัวครับ 

ถ้าถามผมว่าชอบหลุมไหนที่สนาม Red Mountain Golf Club มากที่สุด ผมคงจะตอบยากมากๆ เพราะแต่ละหลุมมีความท้าทายที่แตกต่างกัน ผมจึงไม่สามารถตอบได้จริงๆ แต่สิ่งที่บอกได้เลยก็คือว่า ถ้าคุณมาเที่ยวที่ภูเก็ตแล้ว สนามที่คุณไม่ควรพลาดเลยก็คือสนาม Red Mountain Golf Club แห่งนี้ละครับ เพราะเป็นสนามระดับ 5 ดาวที่มีความแตกต่าง ไม่เหมือนสนามอื่นๆจริงๆครับ 

นักกอล์ฟท่านใจสนใจจองเวลาออกรอบที่สนาม Red Mountain Golf Club สามารถเข้าไปจองกันได้เลยครับที่ www.thaigolfbooking.com  ครับ กรีนฟีราคาพิเศษกำลังรอคุณอยู่ครับ 


Reviewer by – โปรนพ นพคุณ วงษ์หล่อ